ทำความรู้จัก… กาแฟ


ทำความรู้จัก… กาแฟ

ถ้าพูดถึงกาแฟบางคนอาจคิดถึงความหอมกรุ่นที่ทำให้สดชื่นในยามเช้า บางคนอาจคิดถึงความขมกับรสชาติที่กลมกล่อม บางคนอาจคิดถึงบรรยากาศเวลานั่งจิบกาแฟที่ร้านโปรดของตน แต่บางคนกลับไม่ทราบถึงที่มาของกาแฟแก้วโปรด ดังนั้น ในบทความนี้ เราจึงอยากนำเสนอให้บุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่ต้องการเปิดร้านและอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟ ให้ทราบถึง “ที่มาของกาแฟ” เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำธุรกิจ หรือ เป็นความรู้รอบตัว

กาแฟเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นไม้พุ่มยืนต้น ต้นกาแฟถูกพบครั้งแรกใน เยเมน ซึ่งโดยปกติ ต้นกาแฟจะมีความสูงประมาณ 3 – 4 เมตร ส่วนสรรพคุณของกาแฟเชื่อกันว่าเป็น การชูกำลัง เพราะกาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีน เรื่องระยะเวลาในการปลูกต้นกาแฟนั้น เริ่มตั้งแต่ออกดอกจนถึงการเก็บเกี่ยว จะใช้เวลาอยู่ที่ 8-12 เดือนโดยประมาณ

คำถามคือเมล็ดกาแฟที่เรานำมาคั่วและนำมาบดนั้น คือ ส่วนไหนของต้นกาแฟ แน่นอนอยู่แล้ว ขึ้นชื่อว่าเมล็ดกาแฟ มันก็ต้องเป็นเมล็ดของต้นกาแฟ ซึ่งเมล็ดของต้นกาแฟนั้น เป็นเมล็ดของผล เชอร์รี่กาแฟ หรือ Coffee Cherry ซึ่ง 1 ผลนั้น เราจะได้เมล็ดกาแฟถึง 2 เมล็ดต่อ 1 ผล

ส่วนการนำเมล็ดกาแฟออกจากผล Coffee Cherry นั้น เราสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

  1. วิธีการตากแห้ง เราจะตากแดดผล Coffee Cherry ไว้ ประมาณ 15 วัน เมื่อเปลือกแห้งเราก็จะกะเทาะเปลือกออก
  2. วิธีการแช่น้ำ เราจะนำผล Coffee Cheery แช่น้ำ ต่อจากนั้น นำไปกะเทาะเปลือก แล้วก็ตากหรืออบให้แห้ง วิธีนี้จะใช้เวลาน้อยกว่าการตากแห้ง

กาแฟเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของโลก ซึ่งสามารถทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งในจำนวน 12 ประเทศ และเป็นพืชที่มีการส่งออกที่ถูกกฎหมายซึ่งมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ก่อนหน้านี้ก็มีหลายฝ่ายที่ออกมาโต้เถียงต่อการปลูกกาแฟ เนื่องจากกาแฟอาจจะให้โทษต่อร่างกายหากบริโภคเข้าไป แต่ในกรณีศึกษาจากหลายที่ออกมาบอกว่า การบริโภคกาแฟนั้นก็มีข้อจำกัดทางยา สรุปว่าในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า กาแฟนั้นให้คุณหรือให้โทษกันแน่

อย่างที่บอกไปนั้น กาแฟมีสรรพคุณทางยาแต่หากดื่มมากเกินไป อาจจะทำให้มีผลกระทบต่อร่างกายได้ ขอพูดถึงสรรพคุณทางยาก่อน หากเราดื่มกาแฟในปริมาณ 3-5 แก้วต่อวัน ถือว่าเป็นปริมาณที่ดีต่อร่างกาย สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์  ส่วนในด้านของผลกระทบเมื่อเราบริโภคกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดอาการ “ใจสั่น” และอาจเกิด โรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงส่งผลถึงอาการนอนไม่หลับ   และที่ร้ายที่สุด อาจกลายเป็นคนติดคาเฟอีนไปเลยก็เป็นได้ และหากเราขาดมัน อาจส่งผลให้ชีวิตประจำวันไม่มีความสุขอีกเลย